ธุรกิจ E-commerce เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่หลายร้านค้ายังสับสนเรื่องภาษี บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญที่เจ้าของร้านออนไลน์ต้องรู้
1. รายได้เท่าไร ต้องเสียภาษี
- บุคคลธรรมดา: รายได้ทุกบาทต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/94) แต่หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 60%
- รายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี: ต้องจด VAT ภายใน 30 วัน
- รายได้เกิน 1.8 ล้าน: ควรพิจารณาจดเป็นบริษัท เพื่อเสียภาษี 15-20% แทน Progressive 5-35%
2. e-Payment กับสรรพากร
ธนาคารต้องรายงานบัญชีที่มีธุรกรรม เกิน 3,000 ครั้ง/ปี หรือ 400 ครั้ง + ยอดรวมเกิน 2 ล้าน/ปี ให้กรมสรรพากรอัตโนมัติ ดังนั้นการไม่ยื่นภาษีมีความเสี่ยงสูง
3. บันทึกยอดขายจากแพลตฟอร์ม
- ดึงรายงานยอดขายจาก Seller Center ทุกเดือน
- แยกยอดขาย ค่าคอมมิชชัน ค่า Ads ค่าขนส่ง
- เชื่อมกับโปรแกรมบัญชี เช่น FlowAccount, PEAK เพื่อออกใบกำกับภาษีอัตโนมัติ
4. VAT กับสินค้าออนไลน์
หากจด VAT แล้ว ต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าทุกออเดอร์ (สามารถออกเป็น e-Tax Invoice ผ่านระบบสรรพากร) รวมถึงบันทึกภาษีซื้อจากค่า Ads, ค่าโฆษณา Facebook, Google, TikTok Ads ที่มี VAT 7%
5. ค่าใช้จ่ายที่หักได้
ค่า Ads, ค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์ม, ค่าขนส่ง, ค่า Packaging, ค่าเช่าคลัง, เงินเดือนพนักงาน, ค่าอุปกรณ์ถ่ายภาพ — ทุกอย่างต้องมีใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี